ทิราบิเตีย

posted on 14 Aug 2008 19:36 by ludwig-van

       เราเพิ่งดูหนังเรื่องนี้มา เราชอบ และก็มีประโยคหนึ่งที่ติดหูเราที่เลสลี่พูดว่า "ถ้าเราเปิดใจกว้างเราก็จะสร้างโลกใหม่ได้ "  เราก็เลยหาประโยคนี้จากกูเกิ้ล แต่เรากลับไปเจอความคิดเห็นเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ บางว่าดี บางว่าไม่ดี แต่สิ่งหนึ่งที่เราได้จากเรื่องนี้นอกจากที่หนังบอกแล้วยังได้ความคิดใหม่จากเรื่องนี้อีกด้วย หนังพยามบอกว่าจิตนาสำคัญกว่าความรู้ และถามถึงพื้นที่เล็กๆนั้นก็คือจิตนาในวัยเด็กว่าของเรายังอยู่ไหม และผู้เป็นพ่อแม่ผู้ใหญ่ว่าให้เข้าใจเด็กๆหน่อย เด็กควรได้รับสิทธิในการจิตนาการ  นอกจากความคิดที่เราได้จากหนังแต่บางที่หนังก็กำลังบอกเรา อาจเป็นเพราะเราเองแหละไม่รู้

      แต่เมื่อเราได้อ่านความคิดเห็นเราก็ได้เข้าใจว่าเวลาเราดูหนังไม่สนุกบางที่เพราะว่าเรารึเปล่ามันเลยไม่สนุก เพราะเราคาดหวังกับมันไว้ว่าเป็นอย่างไร ต้องเป็นอย่างไรแต่เมื่อไม่ใช่ เราก็ไม่ชอบ ถ้าเรารับมันจากความว่างเปล่าแล้วเราก็ค่อยกลั่นกรองมัน เราดูว่าเขาต้องการสื่ออะไร เขาบอกอะไรเรา เราอาจจะเห็นแก่นแท้อะไรบ้างอย่าง เห็นสิ่งที่เขาจะให้เราเห็นในสิ่งที่เราอยากได้จากหนังหรือแม้แต่จากคำพูดหรือความคิดใครที่เราคิดว่าเราไม่เคยได้ยินเสียงจากเขาเลย เมื่อเราว่างเปล่าปราศจากแล้ววันนั้นเราอาจได้ยินเสียงเขาก็ได้ ปิดตาและเปิดหัวใจแล้วคุณจะเห็น

จังหวะ

posted on 11 Aug 2008 16:11 by ludwig-van

มีบางอย่างที่ปรากฏขึ้นในใจหลังจากตั้งคำถามว่าเราทำอย่างไรไม่ให้ฝืนมากเกินไปในชีวิต แต่ก็ไม่ได้เป็นผู้ที่รอโอกาสโชคชะตา แล้วมีคำหนึ่งที่พอจะอธิบายได้ นั้นก็คือจังหวะ เราต้องรู้จักจังหวะ  ว่าเมื่อไหร่ควรสร้างโอกาสเมื่อไรควรไขว้คว้าแต่เราต้องคอยสังเกตและมองหาโอกาส อย่าให้เข้ามาโดยที่เราไม่รู้ตัวและอีกอย่างที่เรารู้เราควรเตรียมตัวให้พร้อมกับโอกาสจะเข้ามาเสมอ อย่าเพียงรอเฉยๆแต่จงรออย่างเตรียมพร้อม วอร์มอัพอยู่เสมอและเมื่อโอกาสมาเราจะได้ตะครุบไว้ทัน

 -มองหาโอกาส-
มองให้ออกว่าอะไรคือโอกาส นับจังหวะให้ถูกแล้วลุยมัน หัดวิเคราะห์ในสิ่งที่เห็น สิ่งที่สนใจ สิ่งที่สงสัย รู้จักตั้งคำถามและหาคำตอบ สร้างวิสัยทัศและมองอะไรหลายมุม หาความรู้จากการอ่าน การฟัง การค้นหา

-สร้างโอกาส-
*การสร้างโอกาสแล้วแต่สถานะการณ์และเป้าหมายที่จะทำ ตายตัวไม่ได้

-วอร์ม-
อยากทำอะไรก็ทำ ทำให้จริงจังทำให้ดีที่สุดด้วยหัวใจ (ตีลูกให้ถึงดวงจันทร์แม้พลาดก็อยู่ท่ามกลางดวงดาว) และฝึกฝนอยู่บ่อยๆ อย่ากลัวเหนื่อ อย่ากลัวยาก อย่ากลัวล้ม อย่ากลัวแพ้
 

 

edit @ 11 Aug 2008 16:18:10 by Ludwig van

ความเห่อของจีน

posted on 08 Aug 2008 14:10 by ludwig-van

 โอลิมปิกครั้งนี้ดูยิ่งใหญ่ ตื่นตาตื่นใจ ทำให้ผู้คนเฝ้าติดตามไม่ผิดกลับทุกครั้งที่ผ่านมา แต่ดูจะแตกต่างในบางอย่างที่เช่นการออกกฎหมายใหม่ของจีนไม่ให้ประชาชนถมน้ำลายบนถนน มีการอบรมมารยาทให้กับประชาชน มีการสร้างห้องน้ำที่ได้มาตรฐาน  จัดทำคู่มือภาษาอังกฤษให้กับแท็กซี่และประชาชน มีการซ้อมเชียร์ มีหญิงสาวชาวจีนเสียสละเวลางานและในบางคนถึงกับลาออกจากงานเพื่อมาซ้อมเป็นทีมเชียร์ลีด ยังไม่นับสิ่งก่อสร้างที่สร้างโดยกาลนี้โดยเฉพาะ เช่น สนามกีฬารังนก สนามกีฬาฟองน้ำ และงบประมาณที่ทุ่มลงไปกับโอลิมปิกครั้งนี้

ติดตามข่าวแรกๆก็ขำนิดหน่อยเพราะดูว่าชาวจีนออกจะตื่นเต้นในงานนี้เป็นพิเศษ อะไรเล็กๆน้อยๆก็ดูเป็นเรื่องราวใหญ่โต ตื่นเต้นไปซะทุกอย่าง ถึงขั้นลาออกจากงานมาซ้อมเชียร์และดูไม่ใช่จะเห่อกับคนกลุ่มหนึ่งแต่มันเป็นความเห่อของคนทั้งประเทศ เป็นความเห่อของประเทศจีน

แต่พอมาถึงวันนี้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ประเทศจีนทำ เมื่อมองไปให้ลึกนั้นมันคือควมตั้งใจ ความตั้งใจของคนทั้งประเทศ ความสามัคคี ความรวมมือกันที่จะจัดโอลิมปิกครั้งนี้ให้ดีที่สุดให้คนทั้งโลกประทับใจมากที่สุด  สิ่งที่เราขำว่าจีนตื่นเต้นกับสิ่งเล็กๆน้อยๆ ตอนนี้ทำให้เราเห็นว่าจีนตั้งใจแค่ไหนกับโอลิมปิกครั้งนี้ เพราะสิ่งที่เล็กน้อยที่สุดจีนก็ไม่มองข้าม นี่น่าจะเป็นตัวอย่างของความตั้งใจหนึ่งที่มีค่า วันนี้เรามาลุ้นกันว่า จีนจะตีลูกได้ถึงดวงจันทร์รึเปล่า แต่ถึงอย่างไรโอลิมปิกครั้งนี้คงถูกเล่าขานไปอีกนาน

“ตีลูกให้ถึงดวงจันทร์ แม้พลาดก็อยู่ทามกลางดวงดาว”